เลื่อนขึ้น
ทัวร์ถูก ทัวร์เกาหลี ทัวร์ญี่ปุ่น ทัวร์ต่างประเทศ ทัวร์ดี ทัวร์ราคาประหยัด ทัวร์ทั่วโลก ทัวร์ราคาถูก ทัวร์ราคาประหยัด ทัวร์บริการดี ทัวร์บริการประทับใจ ทัวร์ดีมีคุณภาพ

 กิโมโน ยูกาตะ เหมือนหรือต่าง ??
 2017-06-07 11:31:02 | อ่าน 15,087 ครั้ง


กิโมโน ยูกาตะ เหมือนหรือต่าง ??
Kimono
Kimono ถ้าแปลตามตัวอักษรคันจิจะแปลว่า "เครื่องนุ่งห่ม, เสื้อผ้า, เครื่องอาภรณ์" และมีวิวัฒนาการความเป็นมาที่ยาวนานคู่กับประเทศญี่ปุ่นมาตั้งแต่สมัยโบราณ และเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายจนกระทั่งกลายเป็นภาพติดตาเมื่อกล่าวถึงประเทศญี่ปุ่น ก็ต้องนึกถึงภาพคนญี่ปุ่นในชุดกิโมโนที่สวยงาม Kimono มีหลากหลายรูปแบบที่แตกต่างกันแล้วแต่โอกาสในการใส่ และเปลี่ยนรูปแบบไปตามฤดูกาล รวมถึงการสวมใส่ของแต่ละคน แต่ละเพศแต่ละวัยก็ทำให้ Kimono เปลี่ยนรูปแบบไปต่างๆ เมื่อพูดถึงเครื่องนุ่งห่มของชาวญี่ปุ่น หลายคนต้องนึกถึงชุดกิโมโน (KIMONO) แต่ชาวญี่ปุ่นจะสวมชุดกิโมโนในโอกาสสำคัญบางโอกาส คือ พิธีบรรลุนิติภาวะ, งานแต่งงาน และพิธีเข้าศึกษาในสถาบันการศึกษาเท่านั้น นอกจากนั้นส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิงที่นิยมใส่กิโมโนไปในพิธี แต่โดยทั่วไปแล้วมักใส่ชุดเช่นเดียวกับชาวยุโรปทั่วไป ซึ่งชุดต่างๆ เหล่านี้ ถูกนำเข้าที่ญี่ปุ่นตั้งแต่ยุคสมัยเมจิ (MEIJI ERAS) นับจากนั้นมาเสื้อผ้าแบบฝรั่งกลับเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของชาวญี่ปุ่นมากกว่ากิโมโน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่วัยรุ่น ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง จะนิยมใส่ยีนส์กันมากกิโมโน ถือว่าเป็นชุดญี่ปุ่น (WAFUKU) เป็นเสื้อผ้าที่ตัดเป็นเส้นตรงเย็บจากผ้ารูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าไม่ว่าจะเป็นคนสูง - เตี้ย - อ้วน - ผอม สามารถใส่ชุดกิโมโนได้สบายได้สบาย ซึ่งสิ่งนี้ถือว่าเป็นข้อดีของกิโมโนเพราะตัดเพียงขนาดเดียวสามารถนำมาใส่ได้หมาะสมกับรูปร่างคนใส่ได้ทั้งหมด
ชุดกิโมโนอาจมีกำเนิดมาเช่นเดียวกับ ผ้า FUROSHIKI ซึ่งนำมาใช้ห่อของ แต่กลับนำมาห่อหุ้มร่างกาย แต่ชุดกิโมโนชุดใหญ่ที่นำมาใส่ในพิธีสำคัญ เช่น พิธีแต่งงาน พิธีบรรลุนิติภาวะ เป็นชุดที่มีราคาแพงมากบางชุดมีมูลค่าสูงเป็นหลายล้านเยนทีเดียว ดังนั้นการเลือกสีและลายจึงเป็นสิ่งจำเป็นมาก เนื่องจากว่าต้องสามารถนำชุดที่มีราคาแพงมาใส่ได้แม้ว่าเวลาผ่านไปหลายปี และผู้ใส่มีอายุสูงขึ้นแล้วก็ตาม แต่ปัจจุบันนี้กิโมโนแทบจะไม่มีผู้ใส่แล้วเนื่องจากใส่ยาก, ใส่แล้วอึดอัด ต้องคอยระมัดระวังไม่สามารถทำตัวตามสบายได้ รวมถึงราคาสูงมาก เป็นต้น แต่ชุดกิโมโนที่ยังมีอยู่นิยมใส่อยู่คือ ชุดยูกาตะ (Yukata)

ปัจจุบันผู้ที่สวมใส่ Kimono ไม่ได้มีเพียงแต่คนแก่เท่านั้น วัยรุ่นก็ต้องใส่ในงานพิธีต่างๆ เช่น วันฉลองอายุครบ 20 ปี, วันจบการศึกษา (ในบางโรงเรียน) เป็นต้น Kimono เป็นชุดที่มีราคาค่อนข้างสูง จึงนิยมมอบให้เป็นมรดกตกทอดแก่ลูกหลานอีกด้วย แต่ก็มีคนรุ่นใหม่ไม่น้อยที่ไม่สามารถสวมกิโมโน หรือผูกโอบิได้ถูกต้อง จึงได้มีโรงเรียนสำหรับสอนการสวมใส่กิโมโนเกิดขึ้น เนื้อผ้ากิโมโนนั้นมีทั้งผ้าฝ้ายและผ้าไหมแต่ถ้าเป็นไหมก็จะสวยงามมากและราคาอาจจะสูงถึงล้านเยนเลยก็มี

ส่วนประกอบของกิโมโน
yuki - แขนเสื้อ
doura - ซับในส่วนบน
sodetsuke - แนวตะช่องแขนเสื้อ
ushiromigoro - เส้นแบ่งส่วนหลัง
fuki - ชายกิโมโน
sode - แขนเสื้อ
uraeri - ปกเสื้อด้านใน
okumi - แผ่นคอเสื้อด้านหน้า
miyatsukuchi - ช่องเปิดใต้แขน
furi - ชายใต้แขนเสื้อ
tomoeri - ปกเสื้อ
eri - ปกเสื้อ
susomawashi - ตะเข็บ
maemigoro - สาบเสื้อด้านหน้า
tamoto - โพลงใต้แขนเสื้อ
Nagajugan ชุดชั้นในสำหรับกิโมโน ใช้สวมใต้กิโมโน ส่วนใหญ่จะเป็นสีขาวเนื้อผ้าบางเบา
Uchikake ใช้สวมทับกิโมโนเมื่อต้องทำพิธีรีตองอย่างเป็นทางการ เช่น พิธีแต่งงาน เป็นต้น
Shiro-maku
(shiro = ขาว , maku = บริสุทธิ์) กิโมโนสำหรับใส่ในงานแต่งงาน

Yukata

“ ยูกาตะ” นั้นถือเป็น ชุดกิโมโนสำหรับฤดูร้อน (japanese summer kimono ) โดยคำว่า “ ยูกาตะ (yukata)” นั้น มาจากคำว่า “yu” ที่แปลว่าการอาบน้ำ และคำว่า “katabira” ซึ่งแปลว่าเสื้อผ้าที่ใส่ไว้ข้างใน (โดยจะเป็นผ้าที่มีเนื้อผ้าเบาบาง และนิยมใส่ชั้นเดียว)

ประวัติของชุดยูกาตะนั้น เริ่มมาตั้งแต่เมื่อหลายพันปีที่แล้ว โดยเริ่มต้นจากพวกราชสำนักชั้นสูง จะนิยมใส่ชุดนี้กันแบบหลวม ๆ หลังจากอาบน้ำเสร็จ จากนั้นการแต่งกายด้วยเสื้อผ้าลักษณะนี้ จึงแพร่หลายไปยังพวกนักรบต่าง ๆ และในเวลาต่อมา เมื่อการอาบน้ำในที่สาธารณะของชาวญี่ปุ่นเป็นที่นิยมกันมากขึ้น การแต่งกายด้วยชุดแบบนี้ จึงแพร่หลายไปยังคนธรรมดาทั่วไปด้วย

ในปัจจุบันนี้ ชุดยูกาตะได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลายทั้งผู้ชายและผู้หญิง โดยมักจะสวมใส่กันในหลาย ๆ โอกาส เช่น งานเทศกาลดอกไม้ไฟ ( hanabi matsuri ) , เทศกาลรำวง (obon ) , ใส่อยู่กับบ้านในช่วงกลางคืนของฤดูร้อน , ใส่ในสถานที่อาบน้ำสาธารณะ รวมไปถึงการใส่ชุดนี้เมื่อเข้าพักตามโรงแรมต่าง ๆ ในประเทศญี่ปุ่นด้วย
ตามธรรมเนียมดั้งเดิมนั้น ชุดยูกาตะจะทำมาจากผ้าฝ้ายสีน้ำเงิน แต่ในปัจจุบันนี้ ชุดยูกาตะได้ถูกออกแบบให้มีความหลากหลายมากขึ้นทั้งสีและลวดลาย

ยูกาตะ (Yukata)
กิโมโนสำหรับใส่ในฤดูร้อน หรือใส่ลำลอง
ชุดยูกาตะจะใช้คู่กับอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้แก่ สายคาดเอว (obi) , เชือกรัดเอว (koshi-himo) , ถุงเท้าแบบญี่ปุ่น (tabi) , รองเท้าไม้แบบญี่ปุ่น (geta)


เรามาดูวิธีสวมใส่ยูกาตะและกิโมโนกันบ้างดีกว่าค่ะ  วิธีสวมนั้นเหมือนกันเลยคือ ดึงชายผ้าขึ้นมาให้พอดีกับที่เราต้องการค่ะ โดยเริ่มจากข้างขวาก่อน(เพื่อให้ข้างนอกออกมาเป็นซ้ายทับขวา) 
จากนั้นตามด้วยข้างซ้ายและใช้เชือกมัดรอบแรก จัดทรงชุดแล้วมัดอีกรอบค่ะ หลังจากนั้นก็ผูกโอบิได้เลยค่ะ แต่ที่ต่างกันคือ ชุดยูกาตะจะใส่แค่ชั้นเดียว แต่กิโมโนจะใส่ 2 ชั้นขึ้นไป 
โดยชั้นในสุดจะใส่ Nagajugan หรือชุดชั้นในสำหรับกิโมโนนั่นเอง





ที่มา www.wecosplay.com,www.sugoisim-guidebook.com/